slotxo369

  • เวลา:
  • เรียกดู:0
  • แหล่งที่มา:lucabet168
สภาพslotxo369ัฒนslotxo369์นำข้อเสนอเอกชนหารือนายกฯ แนะทดslotxo369ลองปลดล็อค 2-3 จังหวัด ข่าวเศรษฐกิจ20 เม.ย. 63 14:502020-04-20 FacebookTwitterLine สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) เตรียมนำข้อเสนอของภาคเอกชนจากการหารือเวทีคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบ และมาตรการเพื่อการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 5 กลุ่มสำคัญ โดยจะนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณา แบ่งเป็นข้อเสนอให้ดำเนินการในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในเบื้องต้น โดยเฉพาะประเด็นข้อเสนอให้ทดลองปลดล็อค 2-3 จังหวัดในกลุ่มกิจการความเสี่ยงต่ำเพื่อประเมินผลก่อนขยายไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒน์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้ง 5 กลุ่ม มีหลายมาตรการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานของหน่วยงานและสามารถดำเนินการได้ทันที หลายมาตรการยังไม่ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่งเป็นมาตรการระยะยาว ดังนั้น เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม จึงได้แบ่งมาตรการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มมาตรการที่ทำได้ทันที เช่น การเยียวยาเกษตรกร การอนุญาตให้ปรับการจ้างงานเป็นรายชั่วโมงได้ (2) กลุ่มต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน การให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกัน COVID-19 และการขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน จังหวัดและธุรกิจที่มีความเสี่ยงระดับต่ำถึงปานกลางจะทดลองนำร่อง (Sandbox) เป็นต้น และ (3) กลุ่มมาตรการระยะยาว เช่น การแก้กฎหมายเพื่อรองรับการจัด E-Gov การจัดตั้งกองทุนร่วมทุนเกษตรกร วงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยในระยะต่อไป สศช. จะได้ดำเนินการประมวลมาตรการและข้อเสนอจากทุกภาคส่วนและนำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการโดยเร็วต่อไป นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ข้อเสนอมาตรการเพื่อการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ ได้แก่ มาตรการในการปรับพฤติกรรมของประชาชน โดยมีการกำหนดแนวทางในการปฏิบัติของประชาชนและสถานที่ให้บริการ แนวทางพิจารณาการเปิดดำเนินการธุรกิจตามความเสี่ยงของสถานประกอบการ และพื้นที่ที่มีความเสี่ยง อาทิ สถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่ำอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ อาจพิจารณาเปิดให้บริการได้ตามมาตรการที่กำหนด ขณะที่สถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง และอยู่ในจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่พิจารณาเปิดให้บริการกระบวนการอนุญาตและติดตาม อาทิ การลงทะเบียนสำหรับสถานประกอบการ การติดตามตรวจสอบโดยภาครัฐระดับท้องถิ่นและจังหวัด การรายงานของภาคประชาชนผ่านแอพลิเคชันไลน์ การพิจารณาระยะเวลาดำเนินการ โดยเป็นการทดลองเปิดในจังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำและขยายผลไปสู่จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลางต่อไป การสื่อสาร โดยภาครัฐจัดทำแผนการสื่อสารไปสู่ประชาชนและสถานประกอบการให้รับทราบถึงข้อปฏิบัติและแนวทางในการดำเนินการ คณะทำงานร่วมในการดำเนินการ ประกอบด้วยภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคสังคมและวิชาการ ซึ่งเอกชนจะต้องไปหารือในรายละเอียดกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขนายกลินท์ กล่าวว่า ภาคเอกชนเสนอให้แบ่งกลุ่มจังหวัด และกิจการต่าง ๆ ตามความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้สามารถจัดลำดับการกลับมาเปิดดำเนินการได้ โดยเสนอให้มี Sandbox เพื่อทดลองปลดล็อค 2-3 จังหวัดระยะเวลา 2 สัปดาห์ในกลุ่มกิจการความเสี่ยงต่ำเพื่อประเมินผลก่อนขยายไปสู่กลุ่มจังหวัดอื่น ๆ และกิจการประเภทอื่นด้วย ในระยะ 1 เดือนถัดไป และอีก 2 เดือนถัดไป นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนมีข้อเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการดูแลและเยียวยาช่วยเหลือ คือ มาตรการเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้แก่ มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน เช่น ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน มาตรการด้านภาษี เช่น ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกันโควิด-19 และ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับ SMEมาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน เช่น ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ ออกไป 4 เดือน และเลื่อนการจัดเก็บภาษีที่ดินออกไป 1 ปี มาตรการด้านการเงิน เช่น สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย. ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80% มาตรการด้านอื่น ๆ เช่น ให้รัฐจัดสรรงบประมาณในการจ้างงาน ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) ซึ่งเอกชนต้องหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงานและกระทรวงมหาดไทยนายประพัฒน์​ ปัญญาชาติรักษ์​ ประธานสภาเกษตรกร​แห่งชาติ กล่าวว่า ข้อเสนอมาตรการเพื่อภาคเกษตร ประกอบด้วย มาตรการระยะสั้น ได้แก่ การเยียวยาให้กับเกษตรกร โดยโอนเงินสดเข้าบัญชีครัวเรือนละ 5,000 บาท/เดือน อย่างน้อย 3 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย การพักหนี้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับทางราชการ ระยะเวลา 1 ปี การปรับโครงสร้างหนี้และขยายเวลาชำระหนี้จากการเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร การจัดให้มีช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ การสนับสนุนและจัดระบบการขนส่งผลผลิตการเกษตร การส่งออกผ่านพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านการใช้ Big Data ในการติดตามสถานการณ์ภาคเกษตร มาตรการระยาว ซึ่งจะต้องหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง ได้แก่ (1) การปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ่านกองทุนร่วมทุนเกษตรกร 50,000 ล้านบาท (2) การพัฒนานักธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ และ (3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตผ่านกลไกการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม นายปรีดิ ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ข้อเสนอมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) แนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากมาตรการสินเชื่อใหม่วงเงิน 500,000 ล้านบาทสำหรับภาคธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ (1) สถาบันการเงินจะกระจายวงเงินให้ลูกหนี้ทุกระดับของ SMEs ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ กระจายวงเงินครอบคลุม ทุกอุตสาหกรรม ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และการให้วงเงิน ไม่จำกัดเฉพาะลูกหนี้ชั้นดีของสถาบันการเงินเท่านั้น (2) ผ่อนปรนเงื่อนไขและแนวทางการพิจารณาวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ (Soft Loan) ของ ธปท. ให้กระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม (3) เพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันส่วนสูญเสียจากเดิมแก่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 63) FacebookTwitterLine Tags: กลินท์ สารสิน, ทศพร ศิริสัมพันธ์, ประพัฒน์​ ปัญญาชาติรักษ์, ปรีดิ ดาวฉาย, สภาพัฒน์, สุพันธุ์ มงคลสุธี