siam99 เครดิต ฟรี

  • เวลา:
  • เรียกดู:0
  • แหล่งที่มา:lucabet168
CIMBT ปรัsiam99 เครดิต ฟรีบจีดีพีไทยปีนี้หดตัวน้siam99 เครดิต ฟรีอยลงมsiam99 เครดิต ฟรีาที่ -7.5% แนวโน้มครึ่งปีหลังดีกว่าคาด ข่าวเศรษฐกsiam99 เครดิต ฟรีิจ22 ก.ย. 63 15:34 FacebookTwitterLine นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า CIBMT ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย (GDP) ปีนี้จากเดิมคาดไว้ที่ -8.9% เป็น -7.5% และให้มุมมองเศรษฐกิจปีหน้าคาดว่าจะขยายตัว 2.8% โดยมองว่าภาพรวมครึ่งหลังของปี 63 มีแนวโน้มดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า โดยเฉพาะเมื่อ GDP ไตรมาส 2/63 ไม่ได้หดตัวแรงอย่างที่เราประเมินไว้อีกทั้งเศรษฐกิจโลกมีท่าทีฟื้นตัวได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังของประเทศสำคัญ รวมทั้งมาตรการทางการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งน่าจะช่วยให้การส่งออกของไทยฟื้นตัวได้เร็ว กำลังการผลิตกำลังปรับเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำในช่วงล็อกดาวน์ การจ้างงานและชั่วโมงการทำงานกำลังพัฒนาในทางที่ดีขึ้นในธุรกิจภาคส่งออก เช่น กลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ แต่การฟื้นตัวที่ยังไม่กระจายมีผลให้ความต้องการในประเทศยังอ่อนแอ ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐบาลที่มีแนวโน้มล่าช้าหรือชะลอการลงทุนในโครงการใหญ่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนหรือแม้แต่การย้ายฐานการลงทุนมาไทย อีกทั้งการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว จะมีผลให้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตช้าในปีหน้า นอกจากนี้ มองว่าทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปีตลอดปีหน้า ส่วนค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐตามความผันผวนของนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐและจีนโดยเฉพาะช่วงใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ คาดการณ์ระดับเงินบาทปลายปีนี้ที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปรับแข็งค่ามาปิดที่ระดับ 30.80 บาท/ดอลลาร์ปลายปีหน้าตามการเกินดุลการค้าของไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ CIMBT มองว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/63 ต้องระวังโรคแทรกซ้อน หลังจากพ้น ICU แล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นยาว โดยเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดหรือขั้นเลวร้ายที่สุดไปแล้วในช่วงการปิดเมืองในไตรมาสสอง ซึ่งช่วงเวลานั้นเหมือนคนไข้อาการหนักในห้อง ICU และไม่ใช่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ส่งผลให้การส่งออกหดตัวหนักตามวิกฤติตลาดโลก พร้อมกับการบริโภคและการลงทุนที่หดตัวแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีมาตรการคลายการล็อกดาวน์ ดัชนีเศรษฐกิจรายเดือนส่งสัญญาณลดการหดตัวลงจากปีก่อน และฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชน แต่การลงทุนยังคงอ่อนแอมาก อีกทั้งยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแม้นักท่องเที่ยวไทยจะมีบ้างแต่ด้วยกำลังซื้อที่อ่อนแอก็ยากจะชดเชยรายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติได้ ทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเปราะบาง เหมือนแม้พ้นขีดอันตรายแต่ยังต้องพักฟื้นยาว โชคดีที่เรายังมีมาตรการทางการคลังและการเงินในการประคองเศรษฐกิจอยู่ด้วยงบที่อัดฉีดชดเชยรายได้ที่หายในช่วงล็อกดาวน์ และอาจมีมาตรการส่งเสริมการจ้างงานเพิ่มเติม อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำยังช่วงประคองภาคเอกชนได้บ้าง แต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจไว้ด้วยระวังอาการแทรกซ้อนช่วงพักฟื้น แม้คนไข้ได้ผ่านช่วงวิกฤติและกำลังพักฟื้นอยู่ ก็ยังต้องระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจทำให้เศรษฐกิจกลับไปหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาสได้ เหมือนตัว W-Shape อาการแทรกซ้อนมีหลากหลายและยากจะคาดเดาจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 เช่น การระบาดรอบสองและนำไปสู่การเว้นระยะห่างที่เคร่งครัดมากขึ้น หรือปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้บริโภคในประเทศ หรือปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่อาจลามไปสู่สงครามเทคโนโลยี หรือสงครามเย็นในรูปแบบใหม่ หรือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่อาจกระทบทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาท แต่ปัจจัยที่กล่าวมาล้วนเป็นปัจจัยระยะสั้นที่กระทบการฟื้นตัวในปีนี้ หากบริหารจัดการได้ดีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าที่คาดไว้ในช่วงก่อนหน้า แต่ที่น่ากังวลในขณะนี้คือ ปัจจัยที่จะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าที่อาจเติบโตช้ารั้งท้ายในภูมิภาคด้วยสองประการ ประการแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมาไม่ได้เต็มที่ คาดว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวมาได้ราว 6.3 ล้านคน ซึ่งน่าจะมาจากนักท่องเที่ยวจีนและใกล้เคียง โดยจะเห็นภาพชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังหากมีมาตรการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังต่ำถ้าเทียบกับโซนยุโรปซึ่งยังยากที่จะพร้อมเปิดให้เดินทางได้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหลายจะยังคงประสบปัญหารายได้น้อยไปอีกนาน หลายแห่งอาจต้องเลิกจ้างพนักงานหรือลดชั่วโมงการทำงานมากกว่าที่เป็นอยู่หรือต้องปิดตัวลงหรือควบรวมเพื่อการอยู่รอด ซึ่งสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวมีมากกว่า 10% และอาจกระทบอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง นอกจากธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารอีก เช่น การขนส่ง การค้าปลีก และอุตสาหกรรมอาหารประการที่สอง ธุรกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน แม้สภาพคล่องในระบบจะมีล้น แต่โดยมากอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่หรือคนมีรายได้หรือทรัพย์สินมาก ขณะที่กลุ่ม SME และคนรายได้น้อยโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ได้มีรายได้ประจำกำลังจะมีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยเฉพาะเมื่อสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ชั่วคราว มองต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าจะมีการต่ออายุมาตรการนี้หรือไม่ สินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมีแนวโน้มโตช้า เพราะความเสี่ยงเศรษฐกิจในระดับ SME และระดับล่างมีสูง และหากไม่มีลูกค้ากลับเข้ามาชำระหนี้มากพอ กระแสเงินสดในระบบธนาคารพาณิชย์ที่พร้อมปล่อยให้คนที่ต้องการขยายธุรกิจรายใหม่อาจน้อยลง ซึ่งจะกระทบการลงทุนภาคเอกชนที่อาจยังคงหดตัวต่อเนื่องในปีหน้าได้ มาตรการดอกเบี้ยอาจไม่เพียงพอ ต่อให้ลดดอกเบี้ยลงอีก สภาพคล่องยังล้นแต่อาจเข้าไม่ถึงคนที่ต้องการสินเชื่อมาประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ได้โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.ย. 63) FacebookTwitterLine Tags: CIMBT, GDP, ซีไอเอ็มบี ไทย, สำนักวิจัย, อมรเทพ จาวะลา, เศรษฐกิจไทย